ยกระดับสถิติด้วยการปฏิวัติชีวิต 6 ด้าน

ยกระดับสถิติด้วยการปฏิวัติชีวิต 6 ด้าน
ถ้าซ้อมหนักแค่ไหนสถิติก็ไม่พัฒนาซักที ลองพิจารณาปรับเปลี่ยนสไตล์การซ้อมและสไตล์การใช้ชีวิตบางอย่างดูครับ บทความนี้แนะนำไว้ 6 อย่างจากประสบการณ์ของนักวิ่งระดับอีลิท ดังนี้
.
==========
1) เน้นหนักไปที่ความทนทาน (endurance) ด้วยการวิ่งเยอะๆ
==========
ครับ ถึงการบอกว่า “เราเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ” มันจะฟังดูเท่ดี แต่มันก็มีตัวอย่างมากมายที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “วิ่งให้เยอะๆ เข้าไว้แหละดี” ถึงจะต้องการซ้อมเพื่อแข่งระยะแค่ 5K 10K คุณก็ควรเก็บไมเลจให้มากขึ้นจากที่เคย เพราะมันเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการเพิ่มความสามารถของระบบแอโรบิก ซึ่งส่งผลให้คุณสามารถประคองเพซที่ต้องการได้ยาวนานขึ้นในที่สุด
==========
2) ให้ความสำคัญกับการฟื้นสภาพ ราวกับมันเป็นการซ้อมอย่างหนึ่ง
==========
คุณต้องมีแบบแผนของการฟื้นสภาพหลังวันซ้อมหนัก ต้องทำให้ครบถ้วน ถูกวิธี ไม่ใช่แค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ นอกจากนี้วันวิ่งเบาเพื่อฟื้นสภาพ ซึ่งมักเป็นการซ้อมมื้อถัดจากวิ่งหนัก คุณต้องวิ่งด้วยความตั้งใจที่จะให้มันเบาอย่างแท้จริง ทั้งความเร็วและระยะทาง อย่าวิ่งฟื้นสภาพอย่างไร้เป้าหมาย เพราะไม่เช่นนั้นร่างกายคุณจะไม่พัฒนา และเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นบาดเจ็บและหมดไฟในที่สุด อย่าลืมนอนให้เพียงพอด้วยครับ สิ่งนี้สำคัญมาก

==========
3) ออกกำลังกายให้รอบด้าน
==========
ด้วยการเวทให้ทั่วตัว ไม่ใช่แค่ขาและแกนลำตัวเท่านั้น เพราะท่าทางการวิ่งที่ดี ต้องใช้กล้ามเนื้อทั่วตัว ยิ่งถ้าอยากให้เคลื่อนไหวได้ครบวงกล้ามเนื้อยิ่งต้องแข็งแรง นอกจากนี้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงยังช่วยลดความเสี่ยงบาดเจ็บ ซึ่งความแข็งแรงในระดับที่ว่ามาทั้งหมดนี้ แค่วิ่งเฉยๆ ให้ไม่ได้ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะการเวทมันไม่สนุกและไม่เห็นการพัฒนาแบบทันใจเหมือนการวิ่ง แถมยังต้องเจียดเวลาวิ่งมาให้มันอีก แต่ก็เพราะมันยากนี่แหละครับ นักวิ่งทุกคนถึงไม่ได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ แม้จะซ้อมหนักแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่อยากเป็นอีกคนหนึ่งในนั้นก็ต้องอดทนครับ

==========
4) กินอาหารดีๆ ให้มากขึ้น
==========
วิ่งแล้วกินอะไรก็ได้ แต่ถ้าอยากเป็นนักวิ่งที่ดี วิ่งแล้วต้องกินอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารที่มีประโยชน์ต่อนักกีฬาครับ อย่ากินไม่เลือก เพราะอาหารเป็นมากกว่าพลังงาน อาหารที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดเวลาฟื้นสภาพ ปกป้องเราจากความเจ็บป่วย ปลดปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอ และทำให้สุขภาพโดยรวมของเราดีขึ้น

==========
5) วิ่งให้สนุก
==========
ลืมการวิ่งอย่างสนุกสนานในสมัยที่เราออกมาวิ่งใหม่ๆ ไปหรือยังครับ ถ้าวันนี้คุณจำใจออกไปซ้อมเพราะกลัวถูกขับออกจากกลุ่ม กลัวไล่คนอื่นไม่ทัน หรือพบว่าความสุขของคุณขึ้นอยู่กับผลการซ้อมเท่านั้น วันไหนวิ่งดีก็สุข วันไหนวิ่งแย่ก็ทุกข์ คุณอาจต้องตั้งเข็มทิศใหม่ เริ่มจากการมองเห็นความจริงว่า ไม่ว่าใครก็มีวันดีและวันแย่ (good day/bad day) ไม่ว่าเราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็หนีไม่พ้น จากนั้นให้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางผล ทั้งผลการฝึกซ้อมและผลการแข่งขัน แล้วเปลี่ยนมาโฟกัสที่กระบวนการ-อันหมายถึงการฝึกซ้อมดีกว่า ทำยังไงให้ซ้อมได้สม่ำเสมอ ทำยังไงให้สนุกกับการซ้อมแต่ละครั้ง เพราะถ้าเรามีทัศนคติที่ดีกับการฝึกซ้อม เราจะทำมันได้ดีไปเอง

==========
6) อดทนและสม่ำเสมอ
==========
ถ้าหัวใจนักปราชญ์คือ สุ-จิ-ปุ-ลิ หัวใจนักวิ่งก็คือ “อดทนและสม่ำเสมอ” นี่แหละครับ เชื่อว่านักวิ่งทุกคนมีมันอยู่ในตัวทั้งนั้น แต่ในบางช่วงชีวิตที่ท้อแท้ผิดหวังก็อาจลืมมันไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากยกระดับสถิติ ทางเดียวที่ทำได้คือยกระดับร่างของเราครับ ซึ่งการเปลี่ยนร่างนั้น ไม่สามารถทำได้ในเวลาไม่กี่เดือน มันต้องใช้เวลาเป็นปี ถ้าไม่มีความอดทนและสม่ำเสมอ ไม่มีทางที่จะสำเร็จได้เลย
.
การวิ่งไม่ใช่กีฬาแต่มันคือไลฟ์สไตล์ ดังนั้นถ้าอยากวิ่งดีขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลคือคุณต้องทำชีวิตให้ดีขึ้นนั่นเอง
.
ที่มา
https://www.runnersworld.com/training/g22675896/how-to-become-a-better-runner/

COMMENTS