ลดบาดเจ็บได้ด้วย running dynamic

ลดบาดเจ็บได้ด้วย running dynamic


นาฬิกาสำหรับนักวิ่งสมัยนี้ นอกจากวัดระยะทาง ความเร็ว และอัตราการเต้นของหัวใจได้แล้ว ถ้าใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริม เช่นสายคาดอกแบบพิเศษหรือเซ็นเซอร์ติดเอวกางเกง จะสามารถบอกค่าต่างๆ เกี่ยวกับลักษณะการวิ่งของเรา หรือที่เรียกว่า running dynamic ได้ด้วย ค่าต่างๆ ที่ว่านี้ยกตัวอย่างเช่น ความยาวก้าว ความถี่ก้าว (cadence) เวลาที่เท้าแช่พื้น (GCT) ระยะที่ตัวกระเด้งขึ้นไปในแนวดิ่ง (vertical oscillation) เป็นต้น
.
ก่อนหน้านี้เราอาจใช้ค่าเหล่านี้เพื่อเป็นดัชนี เอาไว้ดูเวลาต้องการปรับปรุงท่าวิ่งให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น แต่นักวิจัยกลุ่มหนึ่งคิดว่า ควรนำ running dynamic มาเป็นดัชนีเพื่อลดการบาดเจ็บด้วย เพราะก่อนหน้านี้ เวลาทดลองเกี่ยวกับการบาดเจ็บ ก็ต้องทดลองในห้องทดลอง ใช้อุปกรณ์มาตรฐานจำพวกลู่วิ่งที่วัดแรงกระทบพื้นได้ (force plate) ซึ่งนักวิ่งทั่วไปหามาใช้เองไม่ได้ ถึงได้ผลวิเคราะห์ออกมา ก็ไม่ได้มีประโยชน์อย่างแท้จริงกับคนทั่วไป
.
งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน International Journal of Sports Physical Therapy นักวิจัยจึงทดลองให้นักวิ่งที่วิ่งมานานแล้วจำนวน 20 คนวิ่ง 3 แบบ คือ (1) วิ่งท่าปกติของแต่ละคน (2) วิ่งโดยพยายามก้าวขาให้ถี่ขึ้น โดยไม่ลดระยะกระเด้งตัว (3) วิ่งโดยพยายามให้ตัวกระเด้งน้อยลง โดยไม่เพิ่มความถี่ก้าว (คือปกติถ้าก้าวขาถี่ขึ้นตัวจะกระเด้งเตี้ยลงตามไปด้วย เพราะมีเวลาอยู่ในอากาศน้อยลง แต่นักวิจัยอยากแยกดัชนี 2 อย่างนี้ออกจากกัน เลยสั่งนักวิ่งไปแบบนั้น) พบว่านักวิ่งสามารถปรับท่าวิ่งได้ตามที่บอก นั่นคือ เพิ่มความถี่ก้าวได้ 8.7% และลดระยะกระเด้งตัวได้ 21.7%
.
ในระหว่างทดลองมีการวัด running dynamic ของแต่ละคนจากเซ็นเซอร์แบบคาดอกที่ใช้ร่วมกับนาฬิกา เพื่อนำมาหาความสัมพันธ์กับแรงเบรกสูงสุด (peak breaking force, แรงสูงสุดที่กระทำกับเท้าในแนวราบ ทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่) และความเร็วกระทบพื้น (vertical loading rate, ความเร็วในแนวดิ่งเมื่อเท้ากระทบพื้น) ที่วัดได้จากอุปกรณ์มาตรฐานในห้องทดลอง ผลปรากฏว่า

– ถ้า vertical oscillation ลดลง (นั่นคือตัวกระเด้งน้อยลง) และ/หรือ cadence เพิ่มขึ้น จะทำให้ vertical loading rate ลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพบว่าคนที่มี vertical loading rate สูง มีโอกาสเจ็บเข่าและกระดูกหน้าแข้งร้าว มากกว่าคนอื่น

– ถ้า cadence เพิ่มขึ้น (นั่นคือความถี่ก้าวเพิ่มขึ้น) จะทำให้ peak breaking force ลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพบว่าคนที่มี peak breaking force สูง มีโอกาสบาดเจ็บโดยรวมสูงกว่าคนทั่วไป
.
==================
จึงนำมาซึ่งข้อสรุปแบบเป็นรูปธรรมได้ว่า
==================

📌📌📌(1) คนที่อยากลดโอกาสบาดเจ็บในภาพรวม
ให้ฝึกฝนเพื่อให้ cadence เพิ่มขึ้น

📌📌📌(2) ส่วนคนที่เคยมีปัญหากระดูกหน้าแข้งร้าว
ให้ฝึกฝนเพื่อให้ vertical oscillation ลดลง
.
ผมรักงานวิจัยทำนองนี้จริงๆ งานที่พยายามเอางานวิจัยลงมาจากหิ้งให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ใครที่มีนาฬิกาที่วัด running dynamic ได้ ก็ลองนำไปใช้ดูนะครับ
.
ที่มา
https://www.runnersworld.com/health-injuries/a22872839/use-your-wearable-to-lower-your-injury-risk/

COMMENTS