Afterburn ไม่ได้เผาผลาญเยอะอย่างที่คุณคิด

Afterburn ไม่ได้เผาผลาญเยอะอย่างที่คุณคิด

Afterburn ไม่ได้เผาผลาญเยอะอย่างที่คุณคิด นักวิ่งทั่วไปอาจไม่ค่อยสนใจคำนี้เท่าไหร่ บางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนที่วิ่งเพื่อลดน้ำหนักคงจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี คำอธิบายอย่างง่ายของ afterburn คือปรากฏการณ์ที่ร่างกายยังเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติอยู่ แม้จะหยุดออกกำลังกายไปแล้ว . Afterburn จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราออกกำลังหนักจนถึงระดับที่ร่างกายเกิดความล้า (point of fatigue) ในกรณีของนักวิ่งก็คือ การซ้อมความเร็วทั้งหลาย เช่น อินเทอร์วัล เทมโป้ ฟาสเลก และการเวทเทรนนิง นั่นเป็นเพราะหลังออกกำลังหนัก ร่างกายต้องปรับฮอร์โมนให้สมดุล ต้องเติมพลังงานในกล้ามเนื้อที่ถูกใช้ไป และซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหาย กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น ดังนั้นสมมุติว่าจากที่ปกตินั่งเฉยๆ ร่างกายเผาผลาญพลังงานชั่วโมงละ 80 แคลอรี่ แต่ถ้านั่งเฉยๆ หลังออกกำลังกายหนัก ร่างกายจะเผาผลาญเพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงละ 100 แคลอรี เป็นต้น . ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินคนบอกว่า ถ้าออกกำลังกายแบบ HIIT (เช่นวิ่งอินเทอร์วัล) หรือเวทเทรนนิงจะทำให้เกิด afterburn ยาวนานเป็นวัน!! ดังนั้นถ้าอยากลดน้ำหนักอย่าเสียเวลาวิ่งช้าเลย วิ่งโหดๆ แป๊บเดียวพอแล้ว อะไรทำนองนี้ แต่บทความนี้บอกไว้ชัดเจนว่า afterburn ไม่ได้เผาผลาญมากอย่างที่เราคิดหรอกครับ . Afterburn จะเกิดขึ้นในระยะเวลาแค่ Read more about Afterburn ไม่ได้เผาผลาญเยอะอย่างที่คุณคิด[…]

มนุษย์เราตกต่ำมาไกลแค่ไหน

มนุษย์เราตกต่ำมาไกลแค่ไหน

มนุษย์เราตกต่ำมาไกลแค่ไหน . กลุ่มวิจัย “คุณสมบัติ การปรับตัว ความหลากหลาย และวิวัฒนาการ (PAVE)” จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ตีพิมพ์งานวิจัยชื่อ “จากนักกีฬาถึงมนุษย์โซฟา: 6,000 ปีแห่งการเพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์ของมนุษยชาติ ใจความว่า หลังจากที่ชนชาติในยุโรปตอนกลางเปลี่ยนจากสังคมแบบเก็บของป่า-ล่าสัตว์มาเป็นสังคมเกษตรกรรม ความแข็งแรงของอวัยวะช่วงล่าง และความคล่องแคล่วโดยรวมของมนุษย์ก็เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ . บทสรุปนี้ได้จากการสแกนกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งของมนุษย์โบราณที่มีชีวิตอยู่ในช่วง 5300 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงค.ศ. 850 แล้วนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่ได้จากการสแกนนักศึกษาปริญญาตรีในปัจจุบันของเคมบริดจ์ จึงได้พบว่า ความสามารถในการเคลื่อนไหวของนักกีฬาวิ่งครอสคันทรีระดับมหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบัน เทียบได้กับ ค่าเฉลี่ยของผู้ชายทั่วไป ในยุคโบราณเท่านั้น . คำอธิบายจากนักวิจัยคือ เป็นเพราะเทคโนโลยีทำให้เราเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ซึ่งนอกจากจะทำให้ความฟิตตกต่ำลงแล้ว ยังส่งผลกระทบอันได้แก่ กระดูกพรุน เบาหวาน และโรคอื่นๆ อันทำให้ความแข็งแรงโดยรวมเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ อีกด้วย . ถ้ามนุษย์อยากกลับไปแข็งแรงเหมือนแต่ก่อน นักวิจัยให้ความเห็นว่า เราควรกินและใช้ชีวิตเลียนแบบบรรพบุรุษของเรา นั่นคือ กินอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลัก เคลื่อนไหวให้มาก เพิ่มการฝึกด้วยน้ำหนัก (เวทเทรนนิง) เพราะมนุษย์โบราณไม่ได้เดินทางไกลมากๆ อย่างเดียว พวกเขาต้องแบกลากอาหารและสัมภาระต่างๆ ติดตัวไปด้วย และสุดท้ายคือ เพิ่มการวิ่งครอสคันทรีเข้าไปในการฝึกซ้อม เพื่อเลียนแบบชีวิตที่ต้องวิ่งในภูมิประเทศขึ้นเขาลงห้วยแบบมนุษย์ยุคโบราณ . Read more about มนุษย์เราตกต่ำมาไกลแค่ไหน[…]

แบบทดสอบ: ถึงเวลาพักวิ่งหรือยัง

แบบทดสอบ: ถึงเวลาพักวิ่งหรือยัง

แบบทดสอบ: ถึงเวลาพักวิ่งหรือยัง . เป็นบ้างมั้ย ไม่ว่าขยันซ้อมแค่ไหน หรือซ้อมหนักขนาดไหน สถิติก็ไม่พัฒนา เหตุผลที่เป็นไปได้อย่างนึงคือคุณพักน้อยเกินไป เช่นหลังการซ้อมครั้งนี้ควรพัก 2 วัน คุณก็พักแค่วันเดียว หรือหลังการซ้อมครั้งนี้ คราวหน้าควรจ็อกเบาๆ แต่คุณดันไปวิ่งแข่งกับคนในสนามซ้อมเพราะรู้สึกเหมือนโดนท้าทายที่พอเห็นเราวิ่งช้าก็มาวิ่งเกาะเราอยู่ได้ อะไรทำนองนี้ ทีนี้พอพักน้อยไปสะสมนานวันเข้า ร่างกายก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ถ้ายังฝืนต่อไปนอกจากไม่พัฒนาแล้ว อาจถึงขั้นโอเวอร์เทรนหรือบาดเจ็บได้เลย ดังนั้นมาป้องกันด้วยการพักให้เพียงพอสำหรับการซ้อมแต่ละครั้งก่อนดีกว่าครับ . ต่อไปคือสัญญาณ 9 อย่างที่ใช้ประเมินได้ว่าร่างกายคุณต้องการพัก แม้คุณจะอยากรักษาตารางซ้อมหรือยังรู้สึกอยากวิ่งอยู่ก็ตาม ลองนับดูว่าตรงกับตัวเองกี่ข้อ แล้วมาดูคำแนะนำตอนท้ายกันครับ . 😖 น้ำหนักตัวน้อยกว่าเมื่อวานเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ เช่นเมื่อวานหนัก 60 วันนี้หนักน้อยกว่า 58.8 (เมื่อชั่งด้วยเงื่อนไขเดียวกัน เช่นถอดเสื้อผ้า ตอนเช้าหลังอึ ก่อนกินข้าว) เพราะแปลว่าปริมาณน้ำในร่างกายมีความผันผวน ส่วนใหญ่เกิดเพราะคุณเติมน้ำเข้าร่างกายไม่พอกับที่เสียไปกับเหงื่อในการซ้อมครั้งล่าสุด ร่างกายที่ขาดน้ำจะทำงานแย่ลงทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้การซ้อมครั้งต่อไปพังได้ . 😖 หัวใจขณะพักสูงกว่าปกติ สิ่งหนึ่งที่นักวิ่งทุกคนควรทำคือ วัดชีพจรหลังตื่นนอนทันทีทุกเช้า ค่าที่ได้เรียกว่าหัวใจขณะพัก (RHR) แล้วจดบันทึกเพื่อหาช่วงค่าที่ปกติของตัวเราเอง ถ้าวันไหนตื่นมาแล้วพบว่า RHR สูงกว่าช่วงปกติดังกล่าว แปลว่าระบบประสาทซิมพาเทติก ที่ทำงานเมื่อเราเผชิญกับความเครียด Read more about แบบทดสอบ: ถึงเวลาพักวิ่งหรือยัง[…]

อยากวิ่ง Half ให้ดีต้องมี EQ

อยากวิ่ง Half ให้ดีต้องมี EQ

อยากวิ่ง Half ให้ดีต้องมี EQ . วิ่งให้เยอะ ซ้อมอินเทอร์วัล เทมโป เล่นเวท ปรับท่าวิ่ง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เราวิ่งเร็วขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ล่าสุดมีงานวิจัยชี้ว่า อีคิว (EQ) ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง นั่นคือพบว่าคนมี EQ สูงจะทำเวลาในการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนได้ดีกว่า . สำหรับคนที่ไม่รู้จัก EQ มันคือคะแนนความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) แบบเดียวกับที่เรามี IQ ที่เป็นคะแนนความฉลาดทางสติปัญญานั่นเอง คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะมีคุณสมบัติกว้างๆ คือ มีความสามารถที่จะรับรู้ จัดการ และควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ ถ้าคุณเจอใครที่ฉลาดล้ำเลิศแต่ขี้โมโห หรือพูดอะไรไม่คิดถึงความรู้สึกคนอื่น ก็เป็นไปได้ว่าคุณเจอคน IQ สูงแต่ EQ ต่ำเข้าแล้วล่ะครับ . มาดูรายละเอียดของงานวิจัยชิ้นนี้ดีกว่า นักวิจัยขอความร่วมมือจากนักวิ่งที่สมัครวิ่งในงาน เวโรน่าฮาล์ฟมาราธอน อิตาลี จำนวน 237 คน ให้ตอบคำถามว่า ซ้อมสัปดาห์ละกี่กม. สถิติของการแข่งขันฮาล์ฟฯ ครั้งที่แล้ว เป้าหมายเวลาที่อยากได้ในการแข่งขันครั้งนี้ สถิติที่คิดว่าจะทำได้จริง จากนั้นก็ให้ทำแบบทดสอบ EQ . Read more about อยากวิ่ง Half ให้ดีต้องมี EQ[…]

พบกันใหม่ในปีหน้ากับ “สิงห์ ซีรี่ส์ รัน 2019”

  คุณรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ (พี่กอล์ฟ) ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด . ใน “สิงห์ ซีรี่ส์ รัน 2018”  พบกันใหม่ในปีหน้ากับ “สิงห์ ซีรี่ส์ รัน 2019” [Via : Singha Sport Club] #BeatYourSelf COMMENTS

ใช้ใจ (ช่วย) วิ่ง

ใช้ใจ (ช่วย) วิ่ง

ใช้ใจ (ช่วย) วิ่ง . นักปรัชญาชาวเยอรมันชื่อ ฟรีดริช นิชเชอร์ เคยกล่าวไว้ว่า “คนที่รู้ว่าอยู่ไปทำไม จะอดทนได้หมดไม่ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร” (he who has a why to live can bear almost any how) แม้ว่าคำคมนี้จะพูดถึงเรื่องลึกซึ้งระดับความหมายของชีวิตโน่นเลย แต่จริงๆ แล้วแนวคิดนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนิสัยใหม่ การทำโปรเจคยากๆ ให้สำเร็จลุล่วง หรือแม้แต่การสร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน . เหตุใดคำว่า “ทำไม” จึงสำคัญนัก มีทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับศักยภาพของร่างกายมนุษย์กล่าวไว้ว่า ขณะกำลังทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม สมองจะเปรียบเทียบระหว่างสองสิ่งตลอดเวลา นั่นคือ “ระดับความเหนื่อยที่เรารู้สึก” กับ “ระดับแรงจูงใจของการทำสิ่งนั้น” เมื่อไหร่ก็ตามที่ชั่งน้ำหนักแล้วพบว่า ความเหนื่อยมีมากกว่าแรงจูงใจ เราจะทำกิจกรรมนั้นเบาลงหรือเลิกทำไปเลย แต่ถ้าชั่งแล้วพบว่าแรงจูงใจยังสูงกว่า เราก็จะอดทนทำมันต่อไป . จากทฤษฎีข้างบนจะเห็นว่า ถ้าอยากวิ่งให้ดี เรามีสองแนวทางที่ทำได้คือ ฝึกซ้อมให้ร่างกายฟิตขึ้นหรือมีทักษะดีขึ้น จะได้เหนื่อยน้อยลง หรือเพิ่มแรงจูงใจให้สูงล้ำฟ้า จนไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็อดทนวิ่งต่อไปได้ แนวทางแรกมีความรู้ให้ศึกษามากมาย Read more about ใช้ใจ (ช่วย) วิ่ง[…]

ลดน้ำหนักเยอะๆ อย่างยั่งยืน

ลดน้ำหนักเยอะๆ อย่างยั่งยืน

ลดน้ำหนักเยอะๆ อย่างยั่งยืน . ลดน้ำหนัก 5 กก. กับ 20 กก. นี่มันคนละเรื่องกันเลยนะครับ ถ้าอยากลดแค่ห้ากิโล เราอาจคุมอาหารอย่างเดียวก็ได้ ถึงคุมเคร่งครัดยังไงเราก็ทนได้อยู่แล้ว เพราะใช้เวลาแค่เดือนสองเดือนก็จบ แต่ถ้าอยากลดยี่สิบกิโล คุมอาหารอย่างเดียวอาจใช้ไม่ได้ผล เพราะเราจะทนไม่ไหวต้องเลิกไปเสียก่อน วิธีที่ดีที่สุดคือ ปรับรูปแบบชีวิตไปเลย ทั้งกรอบความคิด พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การลดและควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้อย่างยั่งยืน ต่อไปนี้คือ 10 กลยุทธ์ที่พิสูจน์แล้วจากผู้เชี่ยวชาญ ว่าใช้ได้จริงกับการลดน้ำหนักเยอะๆ . 🥦 คาดหวังให้ตรงกับความเป็นจริง ถ้าต้องการลดน้ำหนักเยอะๆ พึงสังวรไว้เลยว่าต้องใช้เวลานานแน่นอน และมันจะไม่ได้ลดด้วยอัตราเท่าเดิม ไม่ได้ลดตามที่เราคาดหมายไว้ด้วยซ้ำ ช่วงแรกน้ำหนักจะลดฮวบฮาบ จากนั้นจะคงที่ซักพักแล้วค่อยลดต่อไป หรือเรียกว่ามีลักษณะเป็นขั้นบันไดนั่นเอง คาดหวังให้ถูกทางจะได้ไม่ผิดหวัง และไม่ล้มเลิกไปก่อนในช่วงที่ดูเหมือนเราทุ่มความพยายามลงไปแต่ไร้ผลตอบแทน . 🥦 เตรียมใจให้พร้อมปรับชีวิตทุกด้าน การลดน้ำหนักมากๆ แล้วคุมมันไว้ไม่ให้กลับไปอ้วนเหมือนเดิม ไม่มีทางทำได้แค่เปลี่ยนอาหาร แต่เราต้องเปลี่ยนทุกอย่าง ตั้งแต่อาหาร การนอน การออกกำลังกาย และความเครียด เพราะสิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กันหมด ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งพัง อย่างอื่นก็พลอยพังไปด้วย เช่นถ้านอนไม่พอ (น้อยกว่า Read more about ลดน้ำหนักเยอะๆ อย่างยั่งยืน[…]

สมองจะเป็นยังไงถ้าเราหยุดวิ่ง?

สมองจะเป็นยังไงถ้าเราหยุดวิ่ง?

สมองจะเป็นยังไงถ้าเราหยุดวิ่ง . นักวิ่งนี่มันเหมือนกับต้องคำสาปนะครับ เมื่อวิ่งแล้วก็ต้องวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เลิกไม่ได้ เพราะเลิกเมื่อไหร่อ้วนเมื่อนั้น หรือแค่หยุดวิ่งไปเดือนเดียวความฟิตก็ตกฮวบ แค่วิ่งช้าๆ ก็เหนื่อยแทบตาย เรานักวิ่งเลยต้องหาเวลาวิ่งอยู่เสมอ จะอู้ซักนิดก็ไม่ได้เลย . แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากอ้วนและความฟิตตกแล้ว อีกสิ่งที่มีประสิทธิภาพแย่ลงคือสมอง คือการวิ่งเนี่ยมันทำให้สมองเราดีขึ้นในหลายๆ ด้าน แต่ตอนที่เรามีอะไรดีๆ อยู่เรามักไม่ตระหนักถึงมันหรอก เราจะรู้สึกตอนเสียมันไปนี่แหละ มีอะไรบ้างมาดูกันครับ . 💔 หดหู่ซึมเศร้า . การวิ่งหรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแบบใดก็ได้ มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาต้านอาการซึมเศร้า เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่าเอนดอฟินส์ และสารเคมีอื่นๆ ที่ทำให้รู้สึกมีความสุข เช่น เซโรโทนิน โดพามีน แอนโดแคนนาบินอย (สารเคมีที่ให้ผลเหมือนกัญชา) ฯลฯ นอกจากนี้การออกกำลังยังทำให้ร่างกายผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า ไมโอคีน ที่ช่วยปกป้องสมองจากความหดหู่ซึมเศร้าได้ด้วย . ดังนั้นเมื่อเราหยุดออกกำลังกาย ร่างกายก็ไม่มีโอกาสได้ผลิตสารเหล่านี้ เมื่อชีวิตต้องพบกับสถานการณ์แย่ๆ เราก็จะไม่มีตัวช่วยใดๆ ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ซึมเศร้าได้ง่ายนั่นเอง . 💔 ความจำแย่ลง . เมื่อสแกนสมองของนักกีฬาสูงอายุที่ถูกกำหนดให้หยุดออกกำลังกายเป็นเวลา 10 วัน พบว่าการไหลเวียนเลือดในสมองโดยเฉพาะส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้และความทรงจำ ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับตอนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ Read more about สมองจะเป็นยังไงถ้าเราหยุดวิ่ง?[…]

เป็น Perfectionist มันเจ็บปวด

เป็น Perfectionist มันเจ็บปวด

เป็น Perfectionist มันเจ็บปวด . ถ้าถามหมอกระดูกหรือนักกายภาพบำบัดว่าทำไมคุณถึงบาดเจ็บ คำตอบที่ได้รับก็คงจะเป็น รองเท้า ท่าวิ่ง พื้นถนน ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง อะไรประมาณนี้ . แต่งานวิจัยล่าสุดพบว่า บุคลิกภาพบางอย่างก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บาดเจ็บได้เช่นกัน นั่นก็คือการเป็นคนเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว หรือที่เรียกว่าเพอร์เฟคชันนิสต์ (Perfectionist) นั่นเอง . นักวิจัยศึกษานักวิ่งครอสคันทรี่ 34 คน เริ่มจากให้ตอบแบบสอบถามเพื่อดูว่าแต่ละคนมีระดับความ “เป๊ะ” มากน้อยแค่ไหน จากนั้นติดตามการซ้อมของพวกเขาอีกแปดสัปดาห์ เพื่อดูว่าความเป๊ะสามารถใช้ทำนายได้หรือไม่ ว่าใครมีแนวโน้มบาดเจ็บได้มากที่สุด . ผลปรากฏชัดเจนว่า “ได้”!! นักวิ่งที่เป็นพวก Perfectionist มีแนวโน้มบาดเจ็บมากกว่าคนอื่นถึง 17 เท่า !! . ข้อสรุปนี้มายังไง มาอ่านรายละเอียดของผลสำรวจกันครับ . แบบทดสอบความเป๊ะสำรวจพฤติกรรมย่อย 3 ประการของคนเป๊ะ นั่นก็คือ เป็นพวกตั้งมาตรฐานกับตัวเองสูงหรือไม่ เป็นพวกกลัวความผิดพลาดหรือไม่ และเป็นพวกไม่มั่นใจว่าตัวเองทำได้ดีพอหรือไม่ . หลังจากผ่านไปแปดสัปดาห์พบว่ามีนักวิ่งบาดเจ็บ 15 คน และยังปกติดี 19 Read more about เป็น Perfectionist มันเจ็บปวด[…]

6 เรื่องน่ารู้ว่าด้วยความเจ็บปวด T_T

6 เรื่องน่ารู้ว่าด้วยความเจ็บปวด T_T

6 เรื่องน่ารู้ว่าด้วยความเจ็บปวด . ในฐานะนักวิ่งระยะไกล เรามารู้จักแง่มุมต่างๆ ของเพื่อนที่คุ้นเคยนั่นคือ “ความเจ็บปวด” กันดีกว่าครับ มาดูซิว่ามีอะไรที่เกี่ยวกับเพื่อนคนนี้เรายังไม่รู้บ้าง . 😫 สมองบาดเจ็บได้ แต่เจ็บปวดไม่เป็น สมมุติว่าคุณเกิดข้อเท้าพลิก เส้นประสาทที่ข้อเท้าจะส่งสัญญาณไปที่สมอง สมองจะเอาสัญญาณนี้ไปตีความว่านี่คือความเจ็บปวดนะ แต่ถ้ามีบางอย่างทำให้เกิดความเจ็บปวดที่สมองโดยตรง เช่นการผ่าตัดสมอง เส้นประสาทในสมองจะส่งสัญญาณแบบเดียวกับเส้นประสาทที่ข้อเท้านั่นแหละ แต่พอส่งไปแล้วมันไม่ถึงผู้รับ เพราะตัวรับบาดเจ็บอยู่ ดังนั้นคนที่โดนผ่าตัดสมอง อาจไม่ต้องถูกวางยาสลบก็ได้ถ้าหมอผ่าถูกตำแหน่ง . 😫 แต่ละคนมีความอดทนต่อความเจ็บปวดไม่เท่ากัน ทำไมบางคนร้องโหยหวนตอนคลอดลูก แต่บางคนแค่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า นั่นเพราะแต่ละคนรับรู้ความเจ็บปวดไม่เท่ากัน (อย่างในกรณีคลอดลูกนี้ก็คือ คนแรกรู้สึกว่าการเจ็บระดับนี้มันคือเจ็บมากกก เจ็บสุดชีวิต เลยร้องโหยหวนออกมา ในขณะที่อีกคนรู้สึกว่าเจ็บแค่นี้ทนได้สบายมาก เลยแค่ทำหน้านิ่วเท่านั้น) การที่ใครสักคนจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดมากหรือน้อย เกิดจากปัจจัยหลายประการ อันได้แก่การเปลี่ยนแปลงระดับสารเคมี โครงสร้างของสารเคมีในสมอง ระดับการอักเสบ และประสบการณ์เก่าๆ ที่เคยมีต่อความเจ็บปวดนั้น ผมเคยอ่านเจอว่า นักวิ่งระดับอีลิทไม่ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวด แต่เพราะเขารับรู้ความเจ็บปวดน้อยกว่าชาวบ้าน จึงเหมือนกับเขาทนความเจ็บปวดได้ดีกว่าชาวบ้านนั่นเอง . 😫 เราเบนความสนใจจากความเจ็บปวดได้ สมองจะสับสนถ้าได้รับความรู้สึกหลายอย่างพร้อมๆ กัน เช่น เวลายุงกัดเป็นตุ่มแล้วรู้สึกคันแล้วเราเอาเล็บจิกตุ่มนั้นจนเป็นรอยเล็บ (ตอนเด็กน่าจะเคยทำแบบนี้กันทุกคนใช่มั้ยครับ จิกให้เป็นลายตารางด้วย ไม่รู้ทำไม 555+) เราจะหายคันไปเอง นั่นเป็นเพราะสมองรู้สึก “เจ็บ” Read more about 6 เรื่องน่ารู้ว่าด้วยความเจ็บปวด T_T[…]