December 27, 2017

Runners Talk

  • นักวิ่งจำเป็น

    “ผมไม่ใช่นักวิ่งอาชีพ ผมวิ่งเพราะความจำเป็น”

    พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ กล่าวกับเรา

     

    เราไปพบเจอคุณเหน่ง พันธ์ศักดิ์ ศรเทพ ในวัย 50 ปี วิ่งกระด๊อกกระแด๊ก เตะบอลออกกำลังกาย กับเพื่อนๆ รุ่นน้องในสนามฟุตซอลแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด

    “พออายุมากแล้ว ร่างกายมันไม่ไหวมันก็เริ่มเรียกร้อง ผมจบพละมา ไม่เชื่อใช่ไหม ฮ่าๆๆ แต่ผมชอบเล่นกีฬามากกว่าวิ่ง เคยเห็นเพื่อนๆหรือรุ่นพี่สมัยเรียนที่เป็นนักกรีฑา แล้วผมขยาด เขาฝึกซ้อมทุกวัน ปิดเทอมเข้ามามหาวิทยาลัยเขาก็ยังซ้อมกัน รุ่นผมที่ทันๆกัน นักกรีฑา นักวิ่งเก่งๆ เยอะมาก อย่างศศิธร จันทรนุหงษ์ที่เพิ่งเสียชีวิตไป วิสุทธิ์ วัฒนสินธุ์ นี่ก็รุ่นพี่ผมสองปี เรวดี ศรี ท้าว นี่ก็เป็นบัดดี้ของเพื่อนผม ผมเลยกลัวการวิ่ง อีกอย่างผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ เลย ชอบเตะฟุตบอลมากกว่า และก็วิ่งในเกมนั่นแหละ”

    “ปัญหาคือ เพื่อนๆน้องๆที่เตะบอลโต๊ะเล็กด้วยกัน ชวนกันเล่นบอล 11 คน ซึ่งมันต้องเคลื่อนที่ มากกว่าเดิม ผมขออาสาเป็นโค้ชด้วย แม้เราจะเป็นบอลสูงวัย แต่เราก็ต้องวิ่ง เพราะสมัยเรียนพละ ตอนนั้นอาจารย์สอนฟุตบอล สุพจน์ ไชยยงค์ ซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติแกอายุ 50 กว่าปีแล้ว แต่ยังพาเราวิ่ง เรียนฟุตบอลกับแก 1 เดือน แกไม่ให้แตะลูกฟุตบอลเลย แกพาเราวิ่งและเล่นเกมส์ที่จะช่วยพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานการเล่นฟุตบอลและการเล่นเป็นทีมได้มาก แต่เรื่องวิ่งแกย้ำมาก แกบอกว่าคุณเล่นฟุตบอลใช้เท้า ถ้าไม่ซ้อมวิ่งคุณจะเอาแรงขาที่ไหนมาเตะฟุตบอล ผมไม่ชอบวิ่งแต่จำคำสอนแกได้ขึ้นใจ พอจะรวมทีมเตะบอล 11 คน ในสนามใหญ่ ผมเลยต้องแซะตัวเองจากเตียง เจียดเวลามาวิ่งให้ได้”

    คุณเหน่ง พยายามวิ่ง ให้ได้สัปดาห์ละ 2 วัน โดยมองหาสถานที่วิ่งที่เหมาะสม ตั้งแต่หมู่บ้าน จัดสรรแถวบานที่มีสวนหย่อมขนาดใหญ่ จนมาลงตัวที่สวนหย่อมใต้ทางยกระดับราชพฤกษ์ – ชัยพฤกษ์

    “มันก็ไม่ค่อยเหมาะหรอก แต่ใกล้บ้าน ถ้าไปไกลเกินไปมันจะทำให้ผมสิ้นเปลืองเวลามากเกินไป และจะกลายเป็นข้ออ้างที่จะให้เราไม่ออกไปวิ่ง เป็นที่โล่งกว้างอากาศถ่ายเทดี พอดีเราเตะบอล ก็ใส่เสื้อรัดกล้ามเนื้อเพื่อกันแดดไปในตัว ก็โอเคนะ เพราะตรงสวนหย่อมก็มีสนามฟุตบอลเล็กๆ อยู่ด้วย เราวิ่งแล้วก็ซ้อมยิงประตูต่อเลย ฮ่าๆๆ”

    “อย่างที่บอกผมกลัวการวิ่ง แต่พอผมวิ่งด้วยความที่ผมจบพละมา ผมก็เลยต้องไปศึกษาเรื่องการวิ่ง ซึ่งปรากฏว่าจักรวาลของการวิ่งมันมีอะไรให้เรียนรู้มากมาย และพบวาเพื่อนเราในโซเชียลมีเดีย หลายคนเป็นนักวิ่งระดับอาชีพที่ยึดถือการวิ่งเป็นสรณะ ผมเลยรู้สึกว่ามันมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะ แม้จะวิ่งคนเดียวแต่เวลาอ่านเรื่องของเพื่อนคนอื่นๆที่วิ่งแล้วมาถ่ายทอดให้เราฟัง มันเหมือนกับว่าผมมีเพื่อนๆเหล่านี้วิ่งอยู่ด้วยกัน แต่ผมก็ยังชอบเตะฟุตบอลมากกกว่านะ ที่วิ่งเนี่ยเพราะจะช่วยให้เตะฟุตบอลได้ดีขึ้น แบบที่อาจารย์สุพจน์พูดแหละ สุดท้ายการวิ่งมันก็คือพื้นฐานของการเล่นกีฬาทุกชนิด จะเรียนว่ายน้ำอาจารย์ยังให้วิ่งก่อนเลย ถ้าจะถามว่าใครเป็นไอดอลการวงของผม ก็ต้องอาจารย์สุพจน์นั่นแหละ”

    พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ อายุ 50 ปี
    อาชีพ ขับแท็กซี่
    สถานที่วิ่งประจำสวนหย่อมใต้ทางยกระดับราชพฤกษ์ – ชัยพฤกษ์

  • นักวิ่งปลดประจำการ

    “มันเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองในอากาศปลอดโปร่ง โล่งสบายตัว สบายหัวไปหมด”
    พี่ยง: นักวิ่งปลดประจำการ

    “ปรกติพี่เป็นคนชอบเดินออกกำลังกาย จะเดินเร็วๆเหมือนคนอื่นวิ่งนี่แหละ ขับรถออกจากบ้านแต่เช้าไปวังสราญรมย์บ้าง ใต้สะพานพระราม 8 บ้าง หรือสวนลุมพินีบ้าง เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆจะได้ไม่เบื่อ”

    เราพบพี่ยง วัย 70 ปี ในบ้านของเพื่อนพี่ยงเองในวาระที่เพื่อนๆเธอสังสรรค์ปีใหม่กัน และเราในฐานะคนนอกแทรกตัวเข้าไปกินฟรี ด้วยบุคลิกที่แคล่วคล่องว่องไวและสภาพร่างกายของเธอ ทำให้เรามั่นใจว่าเธอออกกำลังกายอยู่เสมอ เลยขอคุยด้วย และนี่คือบทพูดคุยครั้งนั้น

    “พี่เป็นสไตล์ลูกคนจีน ทำงานหนักตั้งแต่เด็กๆ พอพ่อแม่เสียก็มีภาระต้องส่งเสียน้องๆด้วย พอน้องเรียนจบ พี่ก็เปิดบริษัทเลยสบายมากขึ้น แล้วพี่ก็เริ่มหาที่เดินออกกำลังกาย ตอนนั้นก็อายุ 44 ปีแล้ว” พี่ยงย้อนอดีต เกือบ 30 ปีให้เราฟัง

    “พี่เป็นคนขี้เบื่อ สถานที่ออกกำลังกายก็ย้ายไปเรื่อย จนเจอเพื่อนที่เพิ่งรู้ว่าเขาวิ่งมืออาชีพ ชวนไปเข้าก๊วนวิ่งแข่งตามงานด้วยกัน ตอนนั้นก็ 59 ปีแล้ว เราก็เอาวะ ลงวิ่งมินิมาราธอนเลย 10.5 กิโลเมตร ในรุ่น 50-60 ปี ปรากฏว่าวิ่งถึงว่ะ ฮ่าๆๆ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆเกือบสองชั่วโมง” พี่ยงย้อนความหลังด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

    “เราไปวิ่งแข่งก็จริงแต่ไม่วิ่งแข่งกับใครนอกจากตัวเอง วิ่งครั้งแรกๆ ช่วง 2-3 กิโลเมตรแรก จะเหนื่อยและท้อ ต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ มินิมาราธอนจากเกือบสองชั่วโมง ลดลงมาเหลือ 1 ชั่วโมง 20 นาที แล้วก็เริ่มได้ถ้วย พี่วางไว้หัวนอนเพียบเลย ฮ่าๆๆ แต่พี่ก็ไม่ใส่ใจมันเท่าไหร่ เพราะเราวิ่งเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว”

    “พอไปวิ่งรายการบ่อยๆ เราก็ถึงสังเกตเห็นพวกมืออาชีพแบบล่ารางวัลมากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆเลย เคยเจอแบบนักวิ่งอายุ 70 กว่ามาวิ่งมาราธอน เราก็โอ้โหไหวเหรอเนี่ย แต่เขาก็จะมีเทคนิคสมัครเพื่อให้ได้ถ้วยรางวัล เราไม่อยากวิ่งแบบนี้ ก็เลยหนีไปวิ่งงานเล็กๆ ที่มีนักวิ่งที่มาวิ่งจริงๆ แต่งานใหญ่ๆ ก็ไปวิ่งอยู่ อย่าง บางกอกมาราธอน คู่ขนานลอยฟ้า เขาหินเหล็กไฟ อันนี้แบบวิ่งจนขาเราหายไปไหนวะ มันชาจนเหมือนเราไม่มีขาเลย”

    พี่ยงเพิ่งเลิกวิ่งเมื่อปีสองปีก่อน เพราะไม่มีอะไรท้าทายและห่วงหัวเข่าตามสภาพของวัย
    “พออายุมากขึ้น เวลามันมาอยู่แถวๆ 1 ชั่วโมง 40 นาที มันไม่มีอะไรท้าทายแล้ว กลัวมีปัญหาเรื่องหัวเข่าด้วย ก็เลยเปลี่ยนกลับมาเดินแทนเหมือนตอนเริ่มออกกำลังกาย แต่เดินมากๆน่องก็จะตึง เลยใช้การว่ายน้ำช่วย พี่ว่ายสระน้ำเกลือ 45 นาทีต้องให้ได้ 1,000 เมตร แต่ก็มีปัญหาเรื่องแพ้ ต้องกินยาปรับสมดุลอยู่ ระหว่างนั้นก็ไปออกกำลังกายแบบอื่น ที่เราทำหลังจากเลิกวิ่ง ฟิตเนส ชกมวย เปลี่ยนที่ เปลี่ยนสมาชิกไปเรื่อยๆ จะได้ไม่เบื่อ”

    “ตอนนี้ก็พยายามลดน้ำหนัก จาก 56 กิโลกรัม มันขึ้นมา 70 ก็พยายามลดลง แต่เราเป็นคนนอนดึกมันก็เลยลดยากหน่อย เพื่อนที่มาชวนวิ่งเขาก็ยังวิ่งอยู่เลยนะ ไปวิ่งรายการที่เมืองนอกอะไรอย่างนี้ แบบลางานรอเลย พวกงานใหญ่ๆ แต่เราไม่ไหวแล้ว ถึงเวลาก็ต้องพอ แต่อย่างที่บอกมันเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองในอากาศปลอดโปร่ง โล่งสบายตัว สบายหัวไปหมด”

    เราเห็นรูปที่เธอวางไว้ที่หัวนอน เราก็เชื่ออย่างนั้น.

    พยงค์ สิริจันทร์เพ็ญ อายุ 70 ปี
    อาชีพ ธุรกิจนำเข้าสินค้า
    สถานที่วิ่งประจำ สวนลุมพินี

  • “มันเกิดความสุขมากๆ มันเป็น ‘ทัณฑ์ทรมาน’ จากการวิ่งแบบที่มุราคามิบอก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมือกับความเจ็บปวดนี้ได้มากแค่ไหน”

     

    กษมา กับ “ทัณฑ์ทรมาน” ของการวิ่ง

     

    “เราเริ่มจากเดินเร็ว แล้วขยับมาวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่เล็กน้อยที่สุด ประหยัดสุด แค่เสื้อกับรองเท้า วิ่งไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ได้เห็นคนเดินวิ่งไปมาด้วยกัน ไปยิมฯมันใช้เงินเยอะ ไม่สนุก มันดูจริงจังกับร่างกายเกินไป ตอนเริ่มแรกที่วิ่ง ไปวิ่งมันหมดทุกสวนสาธารณะของ กทม.เลย ยกเว้นสวนหลวง ร.9 เพราะมันไกลเกินไป ตื่นเต้น อยากวิ่ง และระยะทางแต่ละที่มันต่างกัน แค่เดือนเดียวมันช่วยเราได้มาก ความอึดความทนทาน ทำให้เราทำงานได้ดี มีสมาธิอ่านเขียนหนังสือนานขึ้น”

     

    เราพบพี่บีที่สวนลุมพินีกำลังรวมกลุ่มกับนักวิ่งทำอะไรสักอย่าง ท่าทางแปลกๆ เข้าไปดูเลยพบว่ากำลังรุมตียิมฯโปเกมอนกันอย่างสนุกสนาน

     

    “เราวิ่งเสร็จแล้วก็เดินเร็วไล่จับโปเกมอน ซึ่งก็มีคนเยอะมากที่มาวิ่งเพื่อมาจับโปเกมอน ฮ่าๆๆ อัพเลเวลมาเรื่อยๆ พร้อมๆกันทั้งการวิ่งกับโปเกมอน มันเหมือนกับการให้รางวัลตัวเอง วิ่งสองรอบสวนลุมฯแล้วเดินเร็วตียิมฯ พอหายเหนื่อยก็วนทำซ้ำได้อีก”

     

    “เราทำงานกับเยาวชนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางเพศของวัยรุ่น ต้องปรับแก้นโยบาย ทำให้เกิดการปฏิบัติได้จริง แล้วยังทำงานเขียนไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วย ทุกครั้งที่เราเครียดเราจะไปวิ่ง วิ่งไปเรื่อยๆ ถ้าเราหยุดวิ่งคนแก่ก็จะเดินแซงเรา ฮ่าๆๆ”

     

    “การวิ่งกับการเขียนมันเหมือนเป็นทัณฑ์ทรมาน แบบที่มุราคามิบอก เราวิ่งมาก วิ่งบ่อย วิ่งไกล เราก็เจ็บปวดมาก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทนทานรับความเจ็บปวดนี้ได้มากแค่ไหน แต่ถ้าเราวิ่งเสร็จ นั่งพัก ปล่อยให้เหงื่อไหลออกมาเรื่อยๆ ดื่มน้ำเข้าไป จิตใจมันมีสมาธิ แล้วมันก็เกิดความสุขสงบมากๆ” พี่บีที่เป็นทั้งนักวิชาการและคนทำหนังสืออธิบายคำว่า “ทัณฑ์ทรมาน” ของฮารุกิ มุราคามิ ที่เป็นทั้งนักวิ่งระยะไกล นักกีฬาไตรกีฬา และนักเขียนระดับโลกชาวญี่ปุ่นให้เราฟัง

     

    “สมัยนี้ยิ่งง่าย ใช้แอพฯ ใช้อุปกรณ์เป็นตัวช่วยสอน ช่วยควบคุมการวิ่งให้ดีขึ้นได้ ทำให้จังหวะการวิ่ง รูปแบบการวิ่งดีขึ้น กดเลือกให้โค้ชแบบไหนเข้ามาสอน มาโค้ชชิ่งตามที่เราต้องการ คุมจังหวะการวิ่ง คุมการเผาผลาญ เป้าหมายเราไม่มีอะไรมาก ไม่คิดจะไปมาราธอนอะไร แค่อยากท้าทายตัวเอง ทำไมมันแพ้คนอื่นวะ คนแก่เดินเร็วๆยังแซงเราเลย ฮ่าๆๆ วิ่งต่อเนื่องแล้วเห็นผล หยุดสักสองสามวัน ร่างกายมันจะเรียกร้องให้ออกไปวิ่ง ถ้าเราไม่วิ่งต่อเนื่องมันก็จะสะดุด ไม่ fit and firm ก็ต้องวิ่งกันต่อไป ได้จับโปเกมอนด้วย ฮ่าๆๆ”

     

    เราลาจากมาพร้อมสัญญาว่าจะไปเป็นเทรนเนอร์ฝึกหัดตียิมฯ กับเธอสักวันหนึ่ง

    กษมา สัตยาหุรักษ์ อายุ 52 ปี

    ที่ปรึกษางานวิชาการด้านสุขภาพทางเพศของวันรุ่น
    องค์การพัฒนาระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง, นักแปล และคนทำหนังสือ

  • “เอ็นโดรฟินที่เรามองไม่เห็น มันมีอยู่จริง เห็นเพื่อนเครียดๆ เศร้าๆ อยากจะแบ่งให้เขาก็ไม่ได้ เพราะมันจะได้มาด้วยความเหนื่อยยากของตัวเองเท่านั้น”
    คุณอัญ นักวิ่งลืมหมอ

    คุณอัญเล่าให้เราฟังว่า เริ่มวิ่งมาได้ปีกว่า ถึงเมษานี้ก็จะครบสองปี ช่วงนั้นรู้สึกเบื่องาน งานบรรณาธิการต้นฉบับหนังสือมันซ้ำ ๆ ตื่นเช้ามาก็นั่งหน้าคอม แก้ประโยคไปทีละประโยค พอตกเย็นก็ตาลายหมดแรง ร่างกายเหมือนมีแบตฯ พอใช้แค่ครึ่งวัน เลยไปหาหมอฝังเข็ม เขาบอกว่าหัวใจไม่แข็งแรง เสียเงินฝังเข็มไปครั้งสองครั้ง พันกว่าบาท แต่ไม่รู้สึกอะไรเลย เคยได้ยินว่าวิ่งคือการออกกำลังกายแบบคาดิโอ ช่วยเรื่องหัวใจได้ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ทำเพราะคิดว่าตัวเองไม่ชอบวิ่ง ปกติชอบออกกำลังกาย เล่นโยคะมาหลายปี สลับว่ายน้ำบ้าง พอเล่าให้เพื่อนคนหนึ่งฟัง เขาบอกเธอต้องวิ่ง

    “มันมีอารมณ์มาเกี่ยวด้วยไม่อยากอยู่บ้านช่วงโพล้เพล้ ไม่ชอบความรู้สึกเหงา เศร้า หดหู่ ก็เลยเอาวะ ลองออกไปวิ่งดูก็แล้วกัน จำได้ว่าเมษาปีนั้นร้อนมาก เริ่มวิ่งวันแรกได้หนึ่งรอบ ประมาณสองกิโลเมตร เหงื่อท่วม แต่รู้สึกดีแฮะ ได้อยู่ในที่โล่ง มองฟ้ามองภูเขา โดยเฉพาะเวลาที่ลมพัดมาปะทะตัว มันรู้สึกสดชื่นดีจริงๆ” คุณอัญเล่า

    “เริ่มวิ่ง 2-3 ครั้งแรกแถวบ้าน ก็เจอหมาไล่อะไรกัน ฮาๆๆๆ เลยไปวิ่งในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พอวิ่งได้ครบรอบก็อยากขยับมากขึ้น หลังจากวิ่งสองกิโลเมตรอยู่เป็นเดือน เพราะมันเจ็บขาด้วย เอารูปมาโพสต์ในเฟซบุ๊ค ก็มีเพื่อนเข้ามาคอมเมนท์ว่ารองเท้าที่ใส่ดูแล้วไม่ใช่รองเท้าวิ่ง พอรู้สึกว่าน่าจะพอไปได้นะ ถ้าเทียบกับฝังเข็มสิบครั้ง ประมาณหกพัน ก็ไปถอยรองเท้าวิ่งสีชมพูสะท้อนแสงราคาสองพันกว่าบาทมาจาก outlet แถวบ้าน แถมด้วยกางเกงสีม่วงกับสีเหลืองลดราคา 50% เลือกสีหลุดๆ ที่ปกติจะไม่ใส่เด็ดขาด แต่เพราะรู้สึกว่านี่กำลังทำอะไรบ้าๆ บอๆ ที่ไม่ใช่ตัวเอง เลยเอาซะหน่อย” คุณอัญเล่าถึงการอัพเลเวลที่เรียนรู้ด้วยตนเองมาฟังคำแนะนำของเพื่อนนักวิ่งรอบข้าง

    “หลังจากนั้นมีเพื่อนในเฟซบุ๊คนี่แหละ มาคอมเมนท์ว่าน่าจะใช้ app. เก็บสถิติการวิ่งของตัวเองด้วย ก็เลยไปโหลด app. ฟรีมาใช้ วิ่งสามสี่เดือนแรกก็เจ็บวนไป แต่มันเริ่มสนุกแล้วไม่อยากเลิก พอมาโพสต์เล่าเรื่องบาดเจ็บ ก็มีพี่ที่แกวิ่งมาต่อเนื่องยาวนานเข้ามาแนะนำว่าควรปรับท่าวิ่งอย่างไร นอกจากนั้นก็ไปตามดูคลิปสอนการวิ่ง และอ่านตามเพจเกี่ยวกับการวิ่งซึ่งเดี๋ยวนี้มีอยู่มากมาย หลายเพจหมอเป็นคนทำเองเลย ก็ค่อยๆ ปรับท่าวิ่ง ปรับการหายใจ ทุกวันนี้ยังไม่รู้ว่าวิ่งถูกหรือเปล่า แต่ก็วิ่งได้ไกลขึ้น เหนื่อยน้อยลง”

    “เริ่มวิ่งทีแรกไม่รู้เลยว่ามันมีโลกของการวิ่งอยู่ มันเหมือนอะไรที่เราไม่สนใจ จนรู้ว่าน้องสาวมาวิ่งรายการ 10.5 กม. เราก็โอ้โห จนมีเพื่อนมาชวนไปลงรายการวิ่ง ตอนนั้นเพิ่งวิ่งได้สี่ถึงห้ากิโลเมตรเองมั้ง เพื่อนก็ไปลงมินิมาราธอน 10.5กม. ไว้ให้ คิดในใจว่าจะวิ่งถึงได้ไงวะ เอาแค่สามรอบหกกิโลก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว แต่สรุปว่าก็วิ่งถึงจนได้ ปีต่อมาก็ไปลงฮาล์ฟมาราธอน ไว้ตั้งแต่ต้นปีเลย การไปลงรายการไว้มันคล้ายกับการไปสมัครสอบ ไม่มีใครบังคับ เราสมัครใจเดินเข้าไปเอง ทั้งๆที่แรกๆ จะแอนตี้รายการวิ่งหน่อยๆ แบบว่าฉันไม่ชอบคนเยอะๆ แบบว่าอะไรมันจะเอาจริงเอาจังกันขนาดน้านนน แต่พอไปจริง เออ มันก็สนุกดีเหมือนกันนะ ล่าสุดปรนเปรอตัวเองที่วิ่งฮาล์ฟมาราธอนสำเร็จด้วยการไปถอยนาฬิกาออกกำลังกายมาหนึ่งเรือน ฮาๆๆ”

    “สำหรับคนที่เริ่มออกกำลัง สิ่งที่ยากที่สุดคือการเอาตัวเองออกไปจากความเคยชิน เพราะข้ออ้างมันจะเต็มไปหมด วันนี้ไม่ว่าง วันนี้ทำงานเหนื่อยแล้ว ฝนตกแดดออกฟ้าร้อง ฯลฯ วิธีที่เราใช้คือจะไม่คิดอะไรทั้งนั้น กำหนดไว้เลยว่าสัปดาห์ละ 3 วัน เป็นเวลา 3 เดือน จะไปออกกำลังกายเหมือนเข้าค่าย ถึงเวลาก็ไป จะเจ็บจะปวดจะขี้เกียจยังไงก็ไป เราใช้วิธีนี้ตอนเริ่มต้นโยคะและใช้ต่อมาตอนเริ่มต้นวิ่ง พอผ่าน 3 เดือนไปแล้ว ความรู้สึกอยากจะผลักออกมันจะเริ่มเจือจางไปเอง เป้าหมายคือวิ่งมาราธอนให้ได้สักครั้งในชีวิต แล้วก็วิ่งไปเรื่อยๆ นี่แหละ อีกอย่างที่คิดไว้แต่ยังไม่กล้าบอกใครคือจะว่ายน้ำท่าผีเสื้อให้ครบสโตรกให้ได้ คนที่ว่ายได้โคตรเท่เลย”

    “เวลาออกไปวิ่ง ชอบสังเกตคนทั่วไปที่มาวิ่งมาเดินอยู่ในสนาม คนนั้นดูขาไม่ปกตินะ กึ่งๆ จะเรียกได้ว่าพิการ แต่เขากล้าออกมาวิ่งว่ะ คู่นั้นน่ารักดีเนอะ ผู้ชายดูทรงแล้วน่าจะวิ่งได้เร็วกว่านั้นเยอะ แต่พยายามวิ่งให้ช้าเพื่อวิ่งไปพร้อมกับผู้หญิง ลุงนั่นน่าจะอายุเกินหกสิบแล้ว โคตรฟิตเลย วิ่งเร็วจนตามไม่ทัน แก่แล้วเราจะยังฟิตแบบนั้นไหมวะ ป้าคนนั้นขับรถมาวิ่งรายการตามต่างจังหวัดคนเดียวตลอด ทำได้ไง แถมดูร่าเริงดีเสียด้วย เด็กคนนั้นวิ่งฉิวเลย ดูไม่เหนื่อยสักนิด ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งไปร้องเพลงไป อะไรจะมีความสุขขนาดนั้นวะ ฯลฯ คนเหล่านี้แหละคือไอดอลของเรา”

    ก่อนจากกัน เราถามเธอว่าคิดจะกลับไปหาหมอฝังเข็มอีกไหม “ไม่คิดเลยไม่อยากไปหาหมอเลย ถ้าพึ่งตัวเองได้ก็ดีที่สุด ร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า ความอดทนทางกายสร้างความแข็งแกร่งทางใจได้มากจริงๆ

    คุณอัญ อายุ 42 ปี

    อาชีพบรรณาธิการหนังสือ

  • “การวิ่งช่วงเย็นของผมมันก็เอาสิ่งที่อยู่ในห้องประชุมมาตกตะกอน มาย่อย ผมคิดว่าการทำงาน ต่อให้เราอยู่ในห้องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าคิดไม่ออกก็คือคิดไม่ออก จำเป็นต้องเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ การวิ่งช่วยได้มาก”

    ……………………………………………
    น้าแมว: The Disruption Man
    ……………………………………………

    “เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมไปตรวจสุขภาพ แล้วผลคือไม่เป็นอะไร ตับไตไส้พุงปอดเปิดไม่เป็นอะไร รู้สึกเป็นนิมิตหมายที่ดี ก็เลยใช้โอกาสนี้เป็นฤกษ์ในการเลิกบุหรี่ ผมถือว่ามันเป็นจุดท้าทาย จุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับผมเลยนะ คือสมัยก่อน ถ้าใครรู้จักผมต้องบอกเลยว่าพี่แมวคุณไม่ตายด้วยบุหรี่ก็เหล้า ตอนเลิกนี่ผมสูบเกือบสามซองต่อวันแล้ว คุณหมอก็บอกเหมือนกันว่า เฮ้ย ถ้าคุณเลิกได้ คุณไปออกกำลังกายอีกสักหน่อย จะเพอร์เฟ็คเลย ร่างกายมันจะค่อยฟื้นตัวจากการสูบบุหรี่ที่สั่งสมมานาน ผมก็รู้สึกโลกนี้ยังมีอะไรที่น่าท้าทายอีกหลายเรื่อง” น้าแมวเล่าถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตให้เราฟัง

    ด้วยความที่เรียนจบทางสายศิลปะ และต้องทำงานสายครีเอทีฟ ที่ใช้ความคิดเป็นหลัก น้าแมวเลยมองเรื่องการออกกำลังกายเป็นศัตรูของการทำงาน “เรื่องวิ่งก็เป็นอีกเรื่องที่ท้าทายมากๆ ผมเป็นพวกเรียนจบศิลปะ เวลามันก็หมดไปกับการดูทีวี อ่านหนังสือ ฟังเพลงซะเยอะ เพราะต้องเอามาใช้กับการทำงาน ผมเกลียดการออกกำลังกายมากๆ บวกกับนิสัยการกินเหล้า สูบบุหรี่ การวิ่งเลยเป็นศัตรูกับชีวิตประจำวันมากๆ”

    “ผมเพิ่งมาวิ่งจริงๆจังๆสักสองสามปีที่ผ่านมานี่เอง ส่วนหนึ่งบรรยากาศประเทศไทยมัน boring จำเจ ทั้งการเมือง ทั้งเศรษฐกิจ สังคมอะไรต่ออะไร มันไม่มีอะไรที่ challenge เรา มันมีแต่ความซ้ำซาก เราไม่มีความสุขในชีวิตเลย ถ้าเราลองลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองน่าจะดี เลยลุกขึ้นเดินก่อน แล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องการกิน สนใจสุขภาพมากขึ้น การนอน การกินดื่ม ฯลฯ การวิ่งกับการเลิกสูบบุหรี่มันมีจุดคล้ายกัน ผมมานั่งนึกดูว่าขนาดสูบบุหรี่ที่ว่ายาก เราก็ยังทำได้ ไอ้เรื่องลุกขึ้นมาวิ่งมันก็ไม่น่าจะเกินความสามารถเรานะ ฮาๆๆ”

    “พอวิ่งแล้วมันเปลี่ยนโลกของผมเลย วันแรกที่ไปวิ่งในสวนลุมฯ แล้วเหงื่อออกท่วมตัว ผมรู้สึกเลยว่านี่มันโลกใหม่ของเรานี่หว่า ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่าติดใจในการออกกำลังกายทั้งเดินและวิ่ง พอวิ่งมาได้สักระยะ มันโคตรดีเลย เมื่อก่อนผมไม่สามารถเดินได้เลยหลายๆ กิโล เดี๋ยวนี้เดินได้เป็นสิบ เงื่อนไขในชีวิตน้อยลง ใช้รถส่วนตัวน้อยลง ถ้าวันไหนพอมีเวลา ผมก็เดินนะ ใช้รถสาธารณะผสมบ้าง อาการเหนื่อยง่ายแบบสมัยสูบบุหรี่ไม่มีเลย ด้านจิตใจ ผมปลอดโปร่งขึ้น ไม่รู้เรียกว่าความสุขหรือเปล่า แต่เราปล่อยวางได้มากขึ้น” นี่น่าจะเป็นจุดที่ทำให้มุมมองเปลี่ยน พฤติกรรมในชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วยของน้าแมว

    ด้วยความที่เป็นถึงผู้บริหารด้านสร้างสรรค์งานโฆษณา ในเอเยนซี่ระดับบิ๊ก ไฟว์ ของไทย การจัดเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย รวมถึงการที่มีสำนักงานอยู่ย่านกลางเมือง น้าแมวเล่าให้เราฟังว่ามันมีผลกระทบด้านบวกหรือลบกับความคิดสร้างสรรค์ยังไง “ผมวิ่งช่วงเย็น หรือบ่าย บางทีอาศัยเปลี่ยนโลเคชั่นในการวิ่ง แก้เบื่อ หรือไม่บางทีก็ลองเดินรอบตึกใหญ่ๆ ให้ได้ระยะทางแบบเราวิ่งในพาร์คเหมือนที่เมืองนอกเขาทำกัน ก็ได้อารมณ์อีกแบบหนึ่ง การวิ่งทำให้ผมคิดงานดีขึ้น การที่เราเดินออกจากโต๊ะ มันได้ทบทวนหลายๆ เรื่อง สมองมีสเปซ มีที่ว่าง วิ่งเสร็จแล้วคิดงานได้ดีกว่าเดิม”

    “สำหรับผมถ้าคิดงานจะเริ่มตอนเช้ามากๆ เพราะช่วงเช้าผมไบร์ทมาก ช่วงบ่ายก็จะหมดไปกับการประชุม พอสัก 16.30 ผมก็เริ่มเตรียมตัว เริ่มเดินหรือวิ่งถึง 18.00 หรือเลยไปนิดหน่อย แล้วก็กลับมาทำงานคั่งค้าง งานของผมมันเป็นงานใช้ความคิด การไปวิ่งแล้วกลับมาทำงาน ผมรู้สึกว่าดี และไม่ได้รู้สึกว่าการวิ่งมันเป็นภาระหรืออุปสรรคกับการทำงาน ถ้าคนทำงานอีกแบบก็คงไม่เหมือนกัน เวลาตันๆ มีประชุมหลายนัดต่อวัน ถ้าไปวิ่งก็ได้งานนะ”

    “เคยอ่านพวกออกกำลังกายมาบ้าง เรียนรู้เรื่องออกกำลังกายยังไงไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บ ศึกษาเรื่องการควบคุมอาหาร อาหารระหว่างออกกำลังกายควรทานควรดื่มอะไรให้มันเหมาะสมกัน ส่วนใหญ่อ่านจากเพจผู้รู้ที่เกี่ยวกับการวิ่ง ทั้งเพจในเฟซบุ๊ค หรือในพันทิปเป็นความรู้ทั่วๆไป ไม่ถึงขั้นโปรเฟสชั่นแนล” น้าแมวเล่าถึงแนวทางเรียนรู้เพื่อพัฒนาการวิ่งของตัวเอง

    “คนธรรมดาที่มาวิ่ง ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง คนแก่ คนร่างกายไม่สมบูรณ์ที่พยายามจะวิ่ง เป็นแรงผลักอะไรบางอย่างให้ผม เราไม่รู้สึกว่าเราต้องมีนักวิ่งเป็นไอดอล แบบคนที่เตะฟุตบอลนะ แต่ถ้าคุณมีไอดอลเป็นนักวิ่งก็แสดงว่าคุณอยากเทิร์นโปรฯนั่นแหละ การลงรายการแข่งขันเป็นเรื่องอนาคต แต่ก็อยากนะ ไอ้ข้างหน้าที่จะไป challenge กับคนระดับโปรเฟสชั่นแนลก็คิดนะ แต่ยังไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น”

    “การวิ่งมันเป็นเรื่องส่วนตัว ได้อยู่กับตัวเอง เหนื่อยกับตัวเอง ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาบอกเราได้ มันเป็นการเรียกร้องตัวเอง ตอนหมอแนะนำผมก็เฉยๆ แต่ผมเชื่อว่าถ้าคุณเบื่อชีวิต เบื่ออะไรที่มันซ้ำซากจำเจ คุณลุกขึ้นมาวิ่งนะมันช่วยได้ เราได้สงบกับตัวเอง ในช่วงเวลาที่วิ่ง ไอ้ปมอะไรที่มันยุ่งๆ ตันๆ ทั้งเรื่องงานและชีวิต มันจะมาคลายตรงนั้น เดี๋ยวนั้นของมันเอง ไอ้ตอนอยู่ในห้องมองไม่เห็นหรอก มันทำให้เรามีทัศนคติที่ดีในการมองคน ในแก้ปัญหาในการทำงาน”

    น้าแมวฝากข้อคิดให้กับคนที่มีภารกิจในชีวิตประจำวันมากทำให้ไม่สามารถจัดเวลาในการออกกำลังกายได้

    “ในระยะยาว การวิ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่แนวแชมป์นะ แต่ผมค้นพบแล้วว่าการวิ่งมันทำให้ชีวิตผมดีขึ้นยังไง มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ไม่ใช่แค่กิจกรรมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ”

    ……………………………………………

    หมายเหตุ
    Disruption ในพจนานุกรมทั่ว ๆ ไป แปลว่า การขัดขวางหรืออุปสรรคที่เข้ามาสกัดกั้น แต่ในพจนานุกรมฉบับเอเยนซี่ ตีความคำนี้ว่า เป็นการเปลี่ยนมุมมองให้กับนักธุรกิจ นักบริหาร นักการตลาด เพื่อทำให้องค์กรและมุมมองของสินค้าแตกต่างไปจากเดิม เป็นการกระตุ้นให้ผู้คนมองไปไกลกว่าที่เคย มองทะลุกฎเกณฑ์เดิมๆที่เป็นตัวปิดกั้นความสำเร็จ

    ประกิต กอบกิจวัฒนา
    Executive Creative Director
    TBWA/Thailand
    เจ้าของเพจและหนังสือรวมผลงานจากเพจ”อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อป”

  • “คือแจงมีโรคประจำตัว เป็นภูมิแพ้กับ Sleep apnea คือหยุดหายใจเวลานอน พอมาวิ่งแล้วรู้สึกว่ามันมีต่อสุขภาพ เราก็อยากจะวิ่งให้ดีขึ้น เพิ่งจะมาลองวิ่งฮาล์ฟครั้งแรกในงานสิงห์ที่จะจัด 25 กุมภาพันธ์นี้แหละค่ะ คือเรามีความรู้สึกว่าอยากลองชนะศักยภาพของร่างกายเราดูบ้าง”
    .
    ………………………………………………….
    คุณแจง วิ่งสู้โรค
    ………………………………………………….
    .
    “แจงอยู่เชียงใหม่ ไม่ใช่คนออกกำลังกายเลย แจงอยู่ในประเภทของคนทำงานออฟฟิศทั่วไป เราทำงานเป็นกะ ไม่ใช่เข้า 8 ออก 17 ช่วงฟิตเนสกำลังดัง เราก็ไปบ้างแบบว่าไม่มีอะไรทำ ว่างเวลาไหนก็ไปฟิตเนสบ้าง ไปเดินลู่วิ่ง คือเราอยากผอมตามสมัยนิยม ต้องทานน้อย ทานสลัด แล้วไปเดินออกกำลังกาย สุขภาพก็ไม่ได้ดีขึ้น จนฟิตเนสเลิกฮิต ปิดตัวกันไป” คุณแจงเล่าให้เราฟังถึงช่วงแรกที่เริ่มออกกำลังกาย
    .
    “เราก็มาเดินออกกำลังกาย ก็มีพี่ที่เขาปั่นจักรยาน ชักชวนให้ปั่นจะได้เห็นอะไรมากขึ้น แจงก็เลยไปซื้อจักรยานมาปั่น มันก็ดี ช่วยให้เราออกกำลังกายให้นานกว่าเดิม เป็นชั่วโมง ๆ ขึ้น ต่อมาก็เปลี่ยนเป็น course fit น้องที่อยู่ในคอร์สเขาชวนไปวิ่ง ยังไม่เคยซ้อมเลย น้องเขาสมัครให้ วิ่งงานแรกคือมินิมาราธอน น้องเขาบอกว่าพี่ออกกำลังกายชั่วโมงกว่าพี่ยังออกได้เลย วิ่งมันก็ใช้เวลาประมาณนั้นแหละ เราก็ไป”
    .
    “วิ่งงานแรกเหนื่อยมาก เพราะไม่เคยซ้อมเลย ไม่เคยรู้เลยว่าการซ้อมคืออะไร ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง กับ 20 นาที เออ เราก็วิ่งได้นะ แล้วก็พักไป จนน้องเขามาชวนอีก ก็ไปวิ่ง จนมาสมัครเองงานลากูน่า ภูเก็ต เพราะอยากไปเที่ยวด้วย” คุณแจงบอกถึงผลพลอยได้จากการลุกออกมาวิ่ง
    .
    จากปี 2559 จากที่เริ่มวิ่งเพราะอยากไปเที่ยว แต่พอปลายปี มีรายการวิ่งเชียงใหม่มาราธอน คุณแจงอยากทำเวลาให้ดีขึ้น ก็เริ่มหาข้อมูลเพื่อพัฒนาการวิ่ง
    “เราก็อยากทำเวลาให้ดีขึ้น แต่เวลานั้นมันไม่มีคนเขียนเรื่องวิ่ง ไม่มีข้อมูลว่าต้องวิ่งยังไง จนมีคนมาแนะนำ มีคนส่งบทความมาให้อ่าน เราก็รู้สึกว่าเรื่องวิ่งมันเยอะนะ ถ้าจะเพิ่มระยะมันต้องฝึกให้มากพอ ช่วงต้นปี 2560 ไม่ได้วิ่งเลย ปลายปีถึงมาวิ่งมากขึ้น เพราะอยากกลับมาเที่ยวด้วย และรายการวิ่งก็บูมมากขึ้นด้วย ก็เลยกลับมาฝึก เพื่อที่จะเอาชนะตัวเองมากขึ้น มันก็ดีนะกลับคนทำงานออฟฟิศแล้วมีแต่ความเครียด เมื่อก่อนก็ทำมาหมดแล้ว โยคะเอย เดินลู่เอย ออกกำลังกายเข้ายิมฯ แต่มันอยู่ที่จริตเราด้วย”
    .
    เหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ทำให้คุณแจงฝักใฝ่การวิ่ง เพราะเธอเป็นโรค Sleep apnea* ซึ่งการวิ่งช่วยเธอได้มาก
    “คือแจงมีโรคประจำตัว เป็นภูมิแพ้กับ Sleep apnea คือหยุดหายใจเวลานอน เออ หมอก็แนะนำให้เราไปออกกำลังกายเพื่อให้เรานอนหลับสบายมากขึ้น เมื่อก่อนกว่าจะนอนได้ ใช้เวลานานมาก เผอิญแจงเป็นคนค่อนข้างไฮเปอร์ ไปเล่นโยคะแล้วเราก็ยังนอนไม่หลับเหมือนเดิม พอมาวิ่งแล้วรู้สึกว่ามันมีต่อสุขภาพ”
    .
    “ตอนนี้อาการนอนไม่หลับไม่มีแล้ว แต่เรื่องการหยุดหายใจมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของสมอง ร่างกายมันจะหยุดไปเอง ถ้าร่างกายหยุดหายใจ สมองจะสั่งให้เราตื่น แต่เป็นการตื่นจากการหลับลึก เพียงแต่มันจะทำให้เราหลับลึกมากขึ้น และพักผ่อนได้เพียงพอมากขึ้น ถ้าหลับลึกไปนานๆ มันก็เป็นอย่างที่เขาเรียกกันว่า “ไหลตาย” แต่เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาจนมีเครื่องพ่นอากาศเข้าไปในโพรงจมูก ทำให้เราหายใจตลอด สมองก็จะไม่ปลุกให้เราตื่นขึ้นมา ทำให้เราพักผ่อนได้มากขึ้น การ Recover ของร่างกายก็ดีขึ้น”
    .
    “เราก็เลยอยากจะวิ่งให้ดีขึ้น ก็มีคนแนะนำว่าถ้าจะวิ่งให้ดีขึ้นมันต้องฝึก Tempo interval หรืออะไร แต่ตัวเองไม่เคยฝึกเลย ฝึกแต่ long run แล้วมาวิ่งมินิ 5 กม. 6 กม. ไปเรื่อย เพิ่งจะมาลองวิ่งฮาล์ฟครั้งแรกในงานสิงห์ที่จะจัด 25 กุมภาพันธ์นี่แหละค่ะ คือเรามีความรู้สึกว่าอยากลองชนะศักยภาพของร่างกายเราดูบ้าง”
    .
    ตอนนั้น คุณแจงไม่มีกลุ่มเพื่อนที่วิ่งด้วยกัน แต่มีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่วิ่งกันมานานแล้ว มีโปรแกรมการฝึกตามที่เข้าคอร์สมา ก็เลยมาวิ่งกับเขา
    “เราเพิ่งมาวิ่งกับเขา เพื่อนอายุเท่ากันเขาวิ่งได้ เราก็น่าจะวิ่งได้นะ แต่แจงฝึกด้วยตัวเองมากกว่าเพราะเราไม่มีเวลามากพอขนาดนั้น บางคนเขาวิ่งครั้งหนึ่งสองชั่วโมงซึ่งมันใช้เวลาเยอะมาก ก็เลยว่าเป้าหมายก็คงไม่ถึงมาราธอนอะไรแบบเขา ก็อยากไปนะ แต่ไม่รู้ว่าจะเมื่อไหร่ แต่ก็จะฝึกไปเรื่อยๆ เพิ่มระยะให้ตัวเองไปเรื่อยๆ และที่มาวิ่งฮาล์ฟเพราะเราวิ่งมินิฯได้ต่ำกว่าชั่วโมงแล้ว ก็ลองที่จะเพิ่มระยะให้ตัวเองดู ถ้าร่างกายพร้อมเมื่อไหร่ก็คงถึงเวลาของมันเอง แต่ก็ไม่ได้เร่งอะไร ของพวกนี้มันอยู่ที่การฝึกฝน อยู่ที่ความพร้อมของเรา และอยู่ที่ความตั้งใจของแต่ละคนมากกว่า เพราะเรามาเริ่มเมื่ออายุมากแล้วด้วย”
    .
    “เรื่องมาราธอน มันก็ท้าทายถ้าทำได้มันก็เป็นสิ่งที่ดี เราก็ไม่ได้กลัวคำว่า DNF (Do not finish) ไงคะ ถ้ามาราธอนแรกไม่ผ่าน แต่ร่างกายเราพร้อมก็คงจะมีสักวันแหละค่ะ”
    .
    คุณแจงพยายามจะซ้อมวิ่งให้ได้อาทิตย์ละ 3 วัน อีก 2 วันจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เป็น weight training
    “ตอนที่เราเจ็บดี ที่เรารีบไปหาหมอไม่ปล่อยให้เรื้อรัง หมอก็แนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมารองรับการวิ่งเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ เราใช้กล้ามเนื้อโดยไม่พัก ไม่รอให้มันฟื้นตัว ทำให้มันเจ็บ ถึงได้รู้ว่าร่างกายของเรามันมหัศจรรย์มาก เราเจ็บกล้ามเนื้อมัดนี้นะ ต้องไปใช้มัดนี้แทน ร่างกายเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีอะไรทดแทน ถ้าเราจะออกกำลังกายเพื่อบำรุงเขาให้อยู่กับเราไปนานๆ ทำให้หัวใจเราเต้นแข้งแรงขึ้น มันก็คุ้มค่าที่เราจะเสียเวลาวันละ 1-2 ชั่วโมง ก็เลยเปลี่ยนตารางจากการวิ่งทุกวันสลับกับการสร้างกล้ามเนื้อ”
    .
    กับคำถามเรื่องข่าวสารข้อมูลมหาศาลในโซเชียลมีเดีย คุณแจงบอกวิธีการกรองข้อมูลของเธอ
    “แจงอ่านข้อมูลก่อนจะเชื่อ และจะดูว่าข้อมูลมาจากไหน นักวิทยาศาสตร์กายภาพ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา แล้วก็ค้นข้อมูลจากต่างประเทศมาด้วย เพราะเวลาเขาเขียนเขาเขียนในภาพรวม ไม่ได้เขียนเฉพาะเจาะจงมาให้เรา”
    .
    “อยากบอกเลยว่าไม่ต้องกลัวสำหรับการเริ่มต้น วันที่แจงวิ่งครั้งแรกก็วิ่งได้แค่ระยะห่างครึ่งของเสาไฟฟ้าเองค่ะ วิ่งเสร็จก็เหนื่อยก็เดิน วิ่งมินิฯครั้งแรกก็วิ่งหนึ่งช่วงเสาไฟฟ้าแล้วก็เดินสลับไป อาศัยเดินเร็วพอให้เราหายใจทัน เพราะเราอายุมากและไม่มีพื้นฐานการออกกำลังกาย แต่เราก็นำหน้าคนที่นั่งกดรีโมทอยู่ที่บ้านแล้ว แค่เดินแกว่งแขนอย่างเดียวไม่พอหรอกค่ะ มันต้องมีการออกเหงื่อ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ เขาก็แนะนำให้เราลดความเสี่ยง บางคนบอกอายุมากให้ระวังหัวเข่านะ มันก็ใช่แต่ว่าถ้าเราไม่สร้างกล้ามเนื้อมารองรับเข่า มันก็อันตราย” คุณแจงให้คำแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่ออกมาวิ่ง
    .
    “แจงไม่รู้ว่าจะวิ่งได้ถึงเมื่อไหร่ อยู่ที่สภาพร่างกายมากกว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี นักวิ่งเสพติดเอ็นโดรฟิน พอเราออกกำลังกายแล้วมีความสุข มันก็ดีกว่าไปติดสารเสพติดอย่างอื่น สังคมของนักกีฬาก็จิตใจดี เพราะทุกคนออกกำลังกายด้วยความเต็มใจไม่มีใครบังคับ ใครทำมากก็ได้มาก”
    .
    “พอไปวิ่งนี่เห็นได้ชัด เวลาแจงเข้าเส้นก่อนผู้หญิงวัยยี่สิบกว่า เราก็รู้สึกว่ามันไม่สายนะที่เรามาเริ่มตอนอายุ 42 แต่ว่าน้องที่เขาอายุ 20 เขายังไม่รู้ว่าร่างกายมันมีความเสื่อม เขายังไม่เชื่อเรื่องของความเสื่อม ด้วยวัยของเรา ๆ ผ่านตรงนี้มาแล้ว เรารู้แล้วว่าความเสื่อมมันมีจริง เรื่องอะไรที่เราจะรอให้มันเพิ่มมากขึ้นไปมากกว่านี้ เราเริ่มออกกำลังกายของเราก่อนที่หมอจะบังคับให้เราออกกำลังกายไม่ดีกว่าเหรอ” คุณแจงทิ้งท้ายกับทีมงานในระดับที่รองเท้าวิ่งของเราสั่นขึ้นมาทันที.

    .

    หมายเหตุ
    Sleep apnea เป็นภาวะที่มีการหยุดหายใจเป็นระยะๆหรือมีการหายใจตื้นๆสลับกับการหายใจที่เป็นปกติในระหว่างที่นอนหลับ ซึ่งช่วงการหยุดหายใจดังกล่าวอาจเป็นเพียงไม่กี่วินาทีหรืออาจยาวเป็นนาทีก็ได้ โดยมักเกิด 5-30 ครั้งหรือมากกว่าในเวลา 1 ชั่วโมง ส่งผลให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ และมีอาการง่วงมากผิดปกติในช่วงระหว่างวันตามมา ซึ่งอาจนำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ เช่น การหลับขณะขับรถ เป็นต้น รวมทั้งสมาธิและความจำก็จะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงไปด้วย
    ที่มา: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
    http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/…/SleepApnea-%E0%B8%87%E…/

    คุณแจง กมลพร เชษฐธง อายุ 45 ปี
    อาชีพพนังงานบริษัทเชียงใหม่

  • “เวลาเราไปเที่ยว ไปสังสรรค์ ไปพักผ่อนหรือทำงานต่างจังหวัด เราก็เอารองเท้าวิ่งติดไปด้วย ให้มันชิน จะได้ไม่รู้สึกขี้เกียจ เราวิ่งไปด้วย เที่ยวไปด้วย คือหารายการวิ่งที่เที่ยวได้ด้วยหลังจากวิ่งหรือก่อนวิ่ง ไปรีแลกซ์กัน”
    .
    ……………………………………………………………………….
    ถาวร วงศ์งาม: ปรับชีวิตให้เข้ากับจังหวะการวิ่ง
    ……………………………………………………………………….
    .
    “ผมเริ่มจากมีน้ำหนักตัวมาก อ้วนมาก แต่ก่อนไม่เคยออกกำลังกาย เล่นแค่วอลเลย์บอล บาสเก็ตบอล แบดมินตัน ไม่เคยวิ่งเลยเกลียดการวิ่งมาตั้งแต่เด็ก ตอนลงกีฬาสี ผมวิ่งแข่งครั้งเดียวก็ไม่วิ่งอีกเลย เพราะมันเหนื่อยมาก ตอนเด็กโดนพ่อบังคับให้วิ่งก็ไม่ชอบ จนโตมามีน้ำหนักตัวเยอะ ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง จนมานึกถึงคำที่พ่อพูดว่าให้วิ่งอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไม่วิ่งก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว เลยถามพ่อว่ามันไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอ เขาก็บอกทางลัดก็คงไม่มีหรอก” คุณถาวรเล่าให้เราฟังถึงการเริ่มต้นวิ่งที่เพียงอยากจะลดน้ำหนักที่มากเกินพิกัดของตัวเอง
    .
    “ผมจะอ้วนพีคมากตอนอายุ 29-30 ปี ตอนนั้น 75 กิโลกรัม ผมเริ่มฝึกวิ่ง ช่วงอายุ 31 ปี เมื่อเดือนธันวาคม 2555 ผมมาวิ่งออกกำลังกายได้สัก 6 เดือน แรกๆวิ่ง 3 กิโลเมตร ก่อนจะอัพมาเป็น 5 กิโลเมตร ผมไม่กินอาหารเย็น กินเป็นต้มจืด พวกแกงจืดเต้าหู้ หรือซุป อาหารเช้า อาหารกลางวันผมกินปรกติ ในเพจที่ผมอ่านไม่ให้กินอาหารเย็นเกินสองทุ่ม น้ำหนักลดลงจนผมยังตกใจเลย น้ำหนักมันลดลงถึง 14 กิโลกรัม ผมก็เลยตกใจ มันไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ ตอนนั้นมันมีเพจที่เป็นแรงบันดาลใจให้มากๆ ชื่อเพจฟิตดี ตอนนี้คงไม่มีแล้ว เขาจะมีบทความหรือคำคม จูงใจให้เรามาออกกำลังกาย อย่างเช่น ถ้าคุณไม่เริ่มวันนี้ คุณก็จะไม่มีวันข้างหน้า อะไรประมาณนี้” คุณถาวรเล่าถึงประสบการณ์วิ่งช่วงแรกๆ และแรงบันดาลใจ รวมถึงการควบคุมอาหารเพื่อค้นหาหนทางลดน้ำหนักตัว
    .
    “ผมวิ่งตอนเย็นหลังเลิกงาน ผมจะไม่วิ่งตอนเช้าแม้ว่าวิ่งตอนเช้ามันจะไม่เหนื่อย แต่เราไม่ค่อยมีเวลา วิ่งตอนเย็นมันเหนื่อยกว่าตอนเช้ามาก แต่เราวิ่งตอนเย็น แข่งตอนเช้าทำให้วิ่งได้ดี มีเพื่อนคอยเชียร์ หรือวิ่งไปด้วยกัน ตอนแข่งทำให้เราตื่นเช้า ตื่นเต้นลุกจากที่นอนได้ ถ้าไม่มีเพื่อนมาวิ่งด้วยมันก็เหมือนกับไม่มีแรงจูงใจ ผมศึกษาระบบการหายใจ การกินอาหาร เสิร์ชตามเวบไซค์ เพจวิ่ง หรือเพื่อนๆที่วิ่งมามากคอยให้คำแนะนำ ทุกวันนี้ก็วิ่งไปเรื่อยๆ มันเป็นกิจกรรมสันทนาการ ที่เราทำในช่วงเวลาที่ว่าง จะได้ไม่เครียดเรื่องการงาน เรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน เราวิ่งไปด้วย เที่ยวไปด้วย คือหารายการวิ่งที่เที่ยวได้ด้วย หลังจากวิ่งหรือก่อนวิ่ง คือเราก็หาที่เที่ยวได้ ไปรีแลกซ์กัน” คุณถาวรเล่าถึงการปรับชีวิตให้เข้ากับจังหวะการวิ่งของตัวเอง
    .
    การลงแข่งขันในรายการช่วงแรกๆของคุณถาวรก็เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถสู้กับตัวเองได้หรือไม่
    “มันเป็นความใฝ่ฝันของผมมานานแล้ว ที่จะวิ่ง 10 กม. ตั้งแต่ปี 2554 ที่ผมน้ำหนักเยอะมากๆ แต่ด้วยความท้าทายผมก็อยากลองจะวิ่ง 10 กิโลเมตรดู ธรรมดาผมวิ่งจาก 3 ไป 5 กิโลเมตร ไม่เคยวิ่งมากกว่านี้ พอจะลงรายการวิ่ง ผมคิดว่าจะวิ่งได้เหรอ ตั้ง 10 กิโลเมตร เราไม่เคยวิ่งไกลๆ แต่ว่ามาวิ่งงานมินิฯไทยคม 10 กิโลเมตรแรก 58 นาที พอทำได้ก็ติดใจ”
    .
    “ผมก็เลยหางานวิ่งทางเฟซบุ๊ค ทางแฟนเพจ ปี 2558 ที่ผมเริ่มวิ่งแข่ง จะลง 3 รายการ ปี 2559 ผมก็ลองลงฮาล์ฟครั้งแรกเลยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนั้นผมก็รอดมาได้ เออ เราก็คิดว่ามันสนุกดี และก็ปีเดียวกันผมก็ได้ลงมาราธอนด้วย คือผมเอาระยะฮาล์ฟให้เพื่อนไป เราก็เลยต้องลงมาราธอน ที่งานขนอม มาราธอนที่นครศรีธรรมราช ไปถึงนู่นแล้ว ก็ลองซะหน่อย ก็เข้าเส้นด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 20 นาที มันติดใจเส้นทาง ติดใจบรรยากาศหลายๆอย่าง รู้สึกว่ามันดี ตั้งแต่นั้นก็ลงมาราธอนมาเยอะมาก ประมาณ 20 กว่ารายการแล้ว
    ผมไม่ได้หวังถ้วยอยู่แล้ว มันรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ที่เรามาวิ่งก็เพราะอยากสนุกมากกว่า คือบางงานถ้ามีคนน้อย ถ้วยเหลือ เราวิ่งเท่าไหร่ก็ได้ถ้วยอยู่แล้ว คือเราอยากแข่งกับตัวเองมากกว่า สุขภาพแข็งแรง รูปร่างดีขึ้นเยอะ ตั้งแต่วิ่งมา”
    .
    “สำหรับคนที่วิ่งระยะแรกๆ ผมแนะนำให้จัดสรรเวลาให้ได้ก่อน อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ก็สามารถทำได้ สะสมไปทุกวันๆ ไม่ต้องวิ่งนานๆก็ได้ แค่ 30 นาที หรือ 1 – 3 กม. ให้มาเคลื่อนไหวร่างกาย มันก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ อย่างไปเสียเวลาเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ก็ไปได้ แต่ต้องบางโอกาส บางเทศกาล แต่เราไม่ควรเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นมากเกินไป ผมชวนหลาน ชวนพี่ที่รู้จักกัน แฟนก็เริ่มมาวิ่งด้วย แต่บางคนเขาไม่มีเวลา ทุกวันนี้ผมวิ่งที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์เพราะมันใกล้บ้าน อากาศดี ถ้าในกรุงเทพฯอากาศมันไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องรถ เรื่องจราจรมันลำบาก” คุณถาวรแนะนำคนที่เริ่มวิ่งใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตัวเอง
    .
    “พอมาวิ่งอะไรๆก็เปลี่ยนไป เราไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่เป็นหวัด เราสามารถอยู่ได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าฤดูกาลหรืออากาศจะเปลี่ยน เรารู้สึกว่าเราไม่อ่อนแอ แล้วเราก็กินอะไรที่เราอยากกินได้เยอะขึ้น แต่เราก็ยังคุมสัดส่วนแบบที่เราเคยกินมา แล้วก็ชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว เพราะต่อไปเราอาจจะไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่เราก็กินเท่าเดิม ก็ต้องหาเวลาวิ่ง เรามั่นใจ เรามีเสื้อผ้าที่ใส่ได้จากที่เราเก็บไว้ตอนอ้วนมากๆ เสื้อผ้า กางเกง เราไม่สามารถใส่ได้ เราจะตัดชุดใหม่ให้ตัวเราตลอดเลยเหรอ ทำไมเราไม่ทำให้ตัวเราใส่เสื้อผ้าชุดเดิมให้ได้ มันประหยัดมากเลยครับ ผมคิดอย่างนี้ ตอนนั้นเสื้อผ้าเราต้องตัดตามน้ำหนักที่มันขึ้น และตัวเราที่ขยายออก ทำไมเราจะต้องตัดทุกเดือนทุกปี ทำไมเราจะกลับไปใส่ของเดิมไม่ได้ ชีวิตมันเปลี่ยนไป”
    .
    “เราคิดว่าเราจะวิ่งไปเรื่อยๆเพื่อสุขภาพ มันได้กับเรามาก เพราะมันเป็นการออกกำลังกายพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องไปเสียเงินเข้ายิมฯ เข้าฟิตเนส มันแพงกว่าการวิ่ง อยู่ที่ไหนเราก็วิ่งได้ เวลาเราไปเที่ยว ไปสังสรรค์ ไปพักผ่อนหรือทำงานต่างจังหวัด เราก็เอารองเท้าวิ่งติดไปด้วย ให้มันชิน จะได้ไม่รู้สึกขี้เกียจ บางคนนานๆที ถ้าทำวันละนิดละหน่อย เคลื่อนไหวร่างกายให้มันชิน วันหนึ่งถ้าเราไม่ได้วิ่งมันก็จะรู้สึกอึดอัดน่ะครับ ชีวิตมันเป็นอย่างนั้นไปแล้ว” คุณถาวรทิ้งท้ายผ่านทีมงาน.

    ถาวร วงศ์งาม อายุ 35 ปี
    พนักงานราชการ ศูนย์ซ่อมสร้าง กรมสรรพาวุธทหารบก