#2 มาฟังเรื่องราวของนักเรียนสายวิทย์ที่ผันตัวออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อมาทำอาชีพนักเขียนตามฝัน จากคนที่ work from home อยู่แล้ว เมื่อเจอวิกฤติโควิด ก็ต้องมีการปรับตัวเช่นกัน มาดูกันว่าอะไรคืองานอดิเรกชิ้นใหม่ของเธอในช่วงกักตัวนี้

“จากนักเรียนสายวิทย์สู่เส้นทางของนักเขียนนิยายมืออาชีพ”
ในสังคมที่แสวงหาอาชีพที่มั่นคงนี้ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกครอบครัวปลูกฝังให้เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์เพราะความเชื่อที่ว่าสามารถหางานได้ง่าย แต่หลังจากตั้งอกตั้งใจเรียนจนจบปริญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์เคมีและทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ครึ่งปี ฉันก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ควรเดินไปบนเส้นทางนี้มากไปกว่านี้อีกแล้ว แม้มันจะดูเสี่ยงและไม่มั่นคง

แต่สุดท้ายฉันก็ค้นพบว่าตัวเองที่เป็นนักเขียนนิยายมีความสุขกว่าตัวเองที่เป็นมนุษย์เงินเดือน นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สามารถทำงานที่บ้านของฉัน เวลางานครึ่งหนึ่งของฉันหมดไปกับการรังสรรค์ผลงาน และเวลาอีกครึ่งหมดไปกับการอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างจินตนาการบ้าง เพื่อความบันเทิงบ้าง (เน้นหนักไปทางความบันเทิง)

ในช่วงที่โควิดกำลังแพร่ระบาดอยู่นี้หลายคนก็คงประสบปัญหาอึดอัดใจที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านบ้างไม่มากก็น้อย ตัวฉันที่อยู่แต่บ้านมาร่วมปีแล้วก็พบว่าความเครียดได้สะสมเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะแม้แต่ห้างสรรพสินค้าที่มักไปเดินเล่นทุกสัปดาห์ก็ไปไม่ได้ และตามแผนเดิมในช่วงเวลานี้ฉันควรได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือประเทศไหนสักประเทศ แต่ทั้งหมดก็ถูกยกเลิก ฉันได้แต่นั่งมองชั้นหนังสืออยู่ในบ้านอย่างอับเฉา

กระทั่งคุณแม่ชวนให้มาจัดบ้านด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ยกครัวใหม่ทั้งหมดไปยันจัดสวน ในส่วนของครัวนั้นต้องตามใจคุณแม่อย่างแน่นอน ดังนั้นฉันจึงได้หน้าที่จัดสวน แรกเริ่มเดิมทีฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ใดๆ ทั้งสิ้น คิดแค่ว่าอยากได้ต้นไม้พุ่มเตี้ยที่ออกดอกน่ารักๆ เห็นอะไรสวยจึงขนซื้อมาหมดแล้วค่อยมาเปิดอินเทอร์เน็ตดูทีหลังว่าต้นไหนต้องดูแลอย่างไร และฉันก็พบว่ามันยุ่งยากมากๆ บางต้นชอบน้ำ บางต้นไม่ชอบน้ำ บางต้นเป็นพันธุ์ล้มลุก บ้างต้นต้องคอยตัดกิ่งที่แห้งเหี่ยวออก ตอนนี้ไม้ล้มลุกของฉันก็ล้มลงไปและไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย (เศร้า)

แต่สวนขนาดสองตารางเมตรเล็กๆ ของฉันนี้ก็มีส่วนช่วยให้ชีวิตช่วงกักตัวอันแสนอับเฉามีสีสันขึ้น เวลาเบื่อๆ ฉันมักจะออกมายืดเส้นยืดสายหน้าบ้านอยู่แล้ว เพราะกิจวัตรประจำวันของฉันแทบไม่ได้ออกแรงเลย แทบจะไม่ได้เดินด้วยซ้ำ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงสำคัญมาก วันไหนขยันฉันก็จะปั่นจักรยานซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายอยู่ในบ้าน แต่ถ้าวันไหนอยากจะเอื่อยเฉื่อยหน่อยก็จะออกมาเดินแกว่งแขนอยู่ตรงลานจอดรถ โดยสายตาโฟกัสอยู่ที่สวนดอกไม้นั่นแหละ มันเป็นอะไรที่น่ามองที่สุดในบ้านฉันแล้ว

แต่ถึงจะเริ่มปรับตัวกับการอยู่บ้านยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เจ็ดวันต่อสัปดาห์ได้แล้ว ฉันก็ยังอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอยู่ ภาวนาขอให้โควิดหมดไปเร็วๆ ด้วยเถอะ! มีหลายคนบอกว่าหลังจากโควิดหมดไปแล้ววิถีชีวิตของคนจะไม่เหมือนเดิม ร้านค้าออนไลน์จะขายดีขึ้น การทำงานหรือวิดีโอคอลประชุมจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เชื่อเถอะว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม หลังจากหมดช่วงเวลาแห่ง social distancing ไปแล้ววิถีดั้งเดิมของพวกเราก็จะค่อยๆ กลับมาใกล้เคียงเดิมในที่สุด

Categories:

Tags:

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *